ประวัติ จางนารา(Jang Na Ra) 

ชื่อ: 장나라 / Jang Na RaReal name: –อาชีพในวงการ: นักแสดงและนักร้องวัน/เดือน/ปีเกิด: 18 มีนาคม 1981สถานที่เกิด: โซล เกาหลีใต้ความสูง: 163 cmน้ำหนัก: 42 kgราศี: ราศีมีนกรุ๊ปเลือด: Aครอบครัว: พ่อ / นักแสดง Joo Ho Sung พี่ชาย / นักแสดง Jang Sung Won และญาติ / นักร้อง Jung Jae Yunต้นสังกัด: Pure Entertainmentการศึกษา: Yale Girls’ High School, Chung-Ang University (Theater and Film)ความสามารถพิเศษ:เดบิว :website :Twitter: ผลงานทางโทรทัศน์The Last Empress (SBS, 2018)Go Back Couple (KBS2, 2017)One More Happy Ending (MBC, 2016)I Remember You (KBS2,

ประวัติ บอล บางแก้ว

ชื่อจริง พงษ์เพชร สินสุวรรณ์ ชื่อเล่น บอล วันเกิด 13 มีนาคม 2527  เครื่องดนตรีที่เล่น กีต้าร์ – เบส – กลอง – คีย์บอร์ด ของสะสม กีต้าร์ – เกม การเข้าวงการและนำเสนอผลงาน บาส และ บอล ฝาแฝดที่เกิดห่างกัน13 นาที เริ่มเล่นดนตรี ครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี เริ่มตั้งวงดนตรีร่วมกับพี่น้อง เล่นดนตรีตามผับ-โชว์ตามงานต่างๆ และออกตระเวนประกวดดนตรี คู่แฝด บางแก้ว ขอเลือกที่จะพักการเรียน 1 ปีไปเรียน กศน.แทน เพื่อเอาเวลาอย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมงในห้องเรียนมาฝึกกีต้าร์อย่างจริงจัง และเริ่มอาชีพนักดนตรีกลางคืน จากนั้นได้ออกรายการ ตีสิบ ในเดือน เมษายน 2544 ด้วยการเล่นดนตรีปิดเบรกให้รายการ ตีสิบ ซึ่งเซ็ตวงดนตรีเป็น 3 ชิ้น ใช้ชื่อว่า พา-รา-นอ-มอล และด้วยความบังเอิญที่ทีมงานเมกเกอร์เฮดจากเทปรายการนั้นได้เข้ามาเทสต์เสียงกับ เสือ ธนพล อินทฤทธิ์

ประวัติ เฌอปราง BNK48

ชื่อ : เฌอปราง อารีย์กุล (CHERPRANG AREEKUL) ชื่อเล่น : เฌอปราง หรือ เฌอปราง BNK48 วันเกิด : 2 พฤษภาคม 2539 (ปีชวด) ส่วนสูง : 160 ซม. หมู่เลือด : B เป็นคนจังหวัด : กรุงเทพมหานคร งานอดิเรก : คอสเพลย์ ภาษาที่สื่อสารได้ : ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาญี่ปุ่น สีที่ชอบ : สีขาว การศึกษา :ปริญญาตรี : คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี (เอก) วิชาโทฟิสิกส์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (เป็นผู้ช่วยสอนด้วย)มัธยมต้น – มัธยมปลาย : โรงเรียนรุ่งอรุณ

ชีววิทยา ม.4 การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน

การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน การสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic  respiration) ประกอบด้วย  2  ขั้นตอน  คือ 1.   ไกลโคลิซีส(Gycolysis) 2.   การหมัก (Fermentation)               การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกันจะให้ผลลัพธ์  จากปฏิกิริยาบางขั้นตอนไม่เหมือนกัน  เช่น 1.การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในเซลล์ยีสต์  ในสภาวะที่ไม่มีแก๊สออกซิเจนหรือแก๊สออกซิเจนไม่เพียงพอจะทำให้NADH และ FADH2 ถ่ายทอดอิเล็กตรอนให้กับตัวรับอิเล็กตรอนต่าง ๆ ที่ฝังตัวอยู่ในเยื่อหุ้มชั้นในของไมโทคอนเดรียได้  เนื่องจากขาดแก๊สออกซิเจนซึ่งเป็นตัวรับอิเล็กตรอนในขั้นตอนสุดท้าย  จึงไม่สามารถสร้าง  ATP ได้ และมีการสะสม  NADH และ FADH2 มากขึ้นจึงทำให้ขาดแคลน NAD+ และ FAD มีผลให้ปฏิกิริยาไกลโคลิซีส  วัฏจักรเครบส์  และการถ่ายทอดอิเล็กตรอนดำเนินต่อไปไม่ได้ และยังทำให้เซลล์ขาด ATP เซลล์จึงมีกระบวนการผันกลับให้ NADH กลายเป็น  NAD+   เพื่อให้กระบวนการไกลโคลิซีสไม่หยุดชะงัก  และสามารถสร้าง  ATP  ต่อไปได้  กระบวนการนี้  เรียกว่า  กระบวนการหมัก (Fermentation)  กระบวนการหมักแอลกอฮอล์ (Alcoholic  fermentation) โดยเริ่มจากไกลโคลิซีส  เช่นเดียว กับการสลายกลูโคสโดยใช้ออกซิเจน  และได้กรดไพรูวิก  2  โมเลกุล พร้อมปล่อย ATP   2 โมเลกุล และ 4 ไฮโดรเจน  อะตอม เช่นกัน  แต่ NADH  + H+ จะถ่ายทอดอะตอมของไฮโดรเจนไปยัง acetaldehyde  ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีคาร์บอน  2 อะตอม  ทำให้ไม่สามารถใช้พลังงานจากอิเล็กตรอนที่มีอยู่ในอะตอมของไฮโดรเจนมาสร้าง ATP ได้อีก  ดังนั้นการสลายกลูโคส  1  โมเลกุลจึงได้ ATP เพียง  2  โมเลกุล เอทิลแอลกอฮอล์เป็นสารพิษเป็นอันตรายต่อเซลล์  ถ้ามีเอทิลแอลกอฮอล์มากๆ ยีสต์อาจทนไม่ได้และตายในที่สุด 2.  การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนของเซลล์กล้ามเนื้อ   พยาธิตัวตืด  และแบคทีเรียบางชนิด  กรดไพรูวิกจะทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนได้เป็นกรดแลกติก ใน 1 นาที 

 ชีววิทยา ม.4  การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบใช้ออกซิเจน  

  การสลายโมเลกุลของสารอาหารแบบใช้ออกซิเจน      การหายใจ(Respiration) คือกระบวนการสลายสารอาหาร เช่น  คาร์โบไฮเดรต  ไขมันและโปรตีน  โดยอาศัยการควบคุมของเอนไซม์ภายในเซลล์ การหายใจแบบใช้ออกซิเจน  เป็นกระบวนการสร้าง ATP จากโมเลกุลของกลูโคสได้มากที่สุดถึง  36 -38  โมเลกุล  หรือมากกว่าต่อกลูโคส  1  โมเลกุล การหายใจแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic  respiration) เป็นการสลายสารอาหารโดยใช้ออกซิเจนเข้าร่วมปฏิกิริยา  ประกอบด้วย  4  ขั้นตอน  คือ ไกลโคลิซีส (Glycolysis) การสร้างอะซิติลโคเอนไซม์ เอ  หรือการออกซิเดชัน  กรดไพรูวิก                                                                        (Pyruvate oxidation หรือ  pyruvate  dehydrogenase  complex  pathway) วัฏจักรเครบส์ (Krebs  cycle) การถ่ายทอดอิเล็กตรอน (Electron  transport  system)

ชีววิทยา ม.4 การย่อยอาหารของคน

การย่อยอาหารของคน การย่อยอาหาร (Digestion)  คือ  กระบวนการแปรสภาพสารอาหารโมเลกุลใหญ่ให้มีขนาดเล็กลง  เพื่อการดูดซึมเข้าสู่เซลล์ คนมีระบบทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ ลักษณะเป็นท่อ มีอวัยวะทำหน้าที่พิเศษหลายอย่างอยู่ระหว่างช่องเปิดทั้ง 2ช่อง มีเนื้อเยื่อบุผิวปกคลุมด้วยเมือกบุพื้นผิวด้านใน อาหารที่กินเข้าไปเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว คือจากปากผ่านคอหอย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่และไปสิ้นสุดที่ทวารหนัก นอกจากนี้ยังมีต่อมน้ำลาย ถุงน้ำดี  ตับ  ตับอ่อน เป็นอวัยวะพิเศษทำหน้าที่หลั่งเอนไซม์และสารอื่นเข้าสู่บริเวณเฉพาะแห่งของทางเดินอาหาร การย่อยอาหารมี 2 วิธี  คือ   การบดให้ละเอียด (Mechanical  digestion)  โดยใช้ฟันบดเคี้ยวหรือการเคลื่อนที่ของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร  กระเพาะอาหารและลำไส้เป็นจังหวะเรียกว่าเพอริสทัลซีส (Peristalsis) เป็นการย่อยที่ต้องใช้เอนไซม์จากต่อมต่าง ๆ ทำหน้าที่ในการย่อยอาหาร  เป็นชนิดที่ทำปฏิกิริยาร่วมกับน้ำ  จึงเรียกเอนไซม์พวกนี้ว่าไฮโดรเลส (Hydrolase) เอนไซม์ (Enzyme)  คือสารอินทรีย์พวกโปรตีน ซึ่งสิ่งมีชีวิตสร้างขึ้น  เพื่อทำหน้าที่กระตุ้นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นภายในสิ่งมีชีวิต  แบ่งออกเป็น  3 ชนิดดังนี้ 1.  Carbohydase  เอนไซม์ที่ย่อยสารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต  2.  Protease เอนไซม์ที่ย่อยสารอาหารพวกโปรตีน 3.  Lipase  เอนไซม์ที่ย่อยสารอาหารพวกไขมัน   อวัยวะในระบบย่อยอาหารของคน   อาหารที่คนเรานำเข้าสู่ร่างกายจะผ่านไปตามทางเดินอาหารซึ่งยาวประมาณ  9 เมตร ทางเดินอาหารนี้ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ แต่ละส่วนจะมีโครงสร้างและหน้าที่แตกต่างกันดังนี้ อวัยวะที่เป็นทางเดินอาหาร  ได้แก่                 1.1  ปากและโพรงปาก (Mouth and mouth cavity )  ประกอบด้วยขากรรไกร (Jaw) บนและขากรรไกรล่าง  เพดานแข็ง  เพดานอ่อน  ฟัน ลิ้น และต่อมน้ำลาย ปาก (Mouth)  เป็นอวัยวะส่วนแรกของระบบทางเดินอาหาร  มีหน้าที่เป็นทางเข้าของอาหาร  เมื่ออาหารเข้าสู่ปาก  จะถูกบดด้วยฟัน  มีลิ้นช่วยคลุกเคล้าอาหารให้เข้าน้ำลาย               ฟัน (Teeth) มีหน้าที่ในการตัด ฉีก และบดอาหาร  ซึ่งฟันแท้แบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะรูปร่างและหน้าที่  คือ  ฟันตัด(Incisor)  ฟันฉีก(Canine)  ฟันกรามหน้า(Premolar)   ฟันกรามหลัง(Molar)

ชีววิทยา ม.4 การย่อยอาหารของสัตว์

การย่อยอาหารของสัตว์ ฟองน้ำ คอลลาเซลล์  (collar  cell)  หรือโคแอนโนไซต์  (choanocyte)  เป็นเซลล์ขนาดเล็กคล้าย ปลอกคอ  มีแฟลกเจลลัม  (flagellum)    1  เส้น  ยื่นออกมาจากคอลลาเซลล์  อาหารจำพวกแบคทีเรียและอินทรีย์สารขนาดเล็กที่ปะปนอยู่ในน้ำจะถูกแฟลกเจลลัมโบกพัดอาหารที่มา กับน้ำเข้าไปในปลอกคอแล้วน้ำเข้าสู่เซลล์ด้วยวิธีฟาโกไซโทซีสสร้างเป็น  food  vacuole แล้วอาหารจะถูกย่อย อะมีโบไซต์  (amoebocyte)  เป็นเซลล์ขนาดใหญ่กว่าคอลลาเซลล์  พบทั่วไปบริเวณผนังลำตัวของฟองน้ำสามารถจับอาหารด้วยวิธีฟาโกไซโทซีสสร้างเป็นฟูดแวคิวโอลแล้วย่อย ภายในเซลล์ส่งอาหารที่ย่อยแล้วไปยังเซลล์อื่นๆ   ฟองน้ำ เป็นสัตว์หลายเซลล์  ไม่มีเนื้อเยื่อแท้จริงลำตัวมีรูพรุนโดยรอบมีเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร  2  ชนิด   คือ  ผนังลำตัวด้านใน  มีเซลล์ที่มีแฟลกเจลลัมเรียงรายอยู่เซลล์นี้เรียกว่า  เซลล์     ปลอกคอ  (collar  cell) และยังมีเซลล์คล้ายอะมีบาเรียกว่าเซลล์อะมีโบไซต์  (amoebocyte)  พบทั่วไปบริเวณผนังลำตัวของฟองน้ำ   การย่อยอาหารของสัตว์ที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ สัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์  (incomplete  digestive  tract)  จะมีปากและทวารหนักร่วมกัน  คือ  ทางเข้าของอาหารและทางออกของเสียจะเป็นทางเดียวกัน  เช่น  ไฮดรา  พลานาเรีย             ไฮดรา