Category: สุขภาพ

อาหารบำรุงผิว

อาหารบำรุงผิว มะม่วง เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ กับสารต้านอนุมูลอิสระ การกินมะม่วงจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นและลดการเกิดสิว แตงกว่า อุดมไปด้วยแร่ธาตุและมีปริมาณน้ำสูง ทำให้แตงกวาเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ดีต่อผิว เราสามารถกินแตงกว่าเพื่อดับความร้อนในร่างกาย และยังช่วยเรื่องความชุ่มชื่นให้ผิว ช่วยทำให้ผิวของเราแข็งแรง อะโวคาโด อุดมไปด้วยกรดไขมันดี ที่ช่วยดูแลผิวของเราให้มีสุขภาพดี พร้อมช่วยขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวของเรายิ่งไปกว่านั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ ปลา ปลาที่อุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3ซึ่งช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิวทำให้ผิวของเราเนียนเด้ง อวบอิ่ม และยังช่วยให้ผิวสว่างใส มีออร่า แตงโม มีคุณสมบัติคล้ายแตงกวา  ซึ่งแตงโมอุดมไปด้วยน้ำถึง 92% ที่เหลือจะเป็นเส้นใยและแร่ธาตุต่างๆที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นและต่อต้านการเกิดสิว กระเทียม สารในกระเทียมมีประสิทธิภาพในการต่อต้านไวรัส และแบคทีเรียซึ่งหมายความว่าสารเหล่านี้จะช่วยปกป้องผิวของเราจากการเกิดสิวได้อย่างดี นอกจากนั้นกระเทียมยังช่วยขจัดสารพิษต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายได้  

อาหารบำรุงสมอง และป้องกันอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อม

อาหารบำรุงสมองและป้องกันอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อม 1.น้ำสลัด Martha Clare Morris ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการและระบาดวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Rush ในชิคาโก ระบุว่าการบริโภคอาหารที่อุดมด้วยวิตามินอีสูง (แต่ไม่นับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินอี) เช่น น้ำสลัดที่มีส่วนประกอบพื้นฐานของน้ำมันผักอย่างน้ำมันมะกอก เมล็ดพืช ถั่ว และธัญพืช จะประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทได้ 2.ปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน, ปลาแมคคาเรล, ทูน่า และปลาชนิดอื่นๆ ที่ให้กรดไขมันโอเมก้า 3  และมีกรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ต่างก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองโดยเฉพาะส่วนของความจำและการเรียนรู้ ซึ่งกรดไขมัน DHA พบว่าเป็นไขมันที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมองถึง 65% และร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากการบริโภคปลา   3.ผักใบเขียว แหล่งรวมวิตามินอีและโฟเลท ทั้งผักแคล (Kale), คะน้า, ผักโขม และบล็อกโคลี่ ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินอีและโฟเลทสูง โดยผักโขมดิบ 1 ถ้วย ให้วิตามินอี 15% และผักโขมต้มสุก  ½  ถ้วย ให้วิตามินอีสูงถึง

10 ประโยชน์ของ “ฟักทอง”

10 ประโยชน์ของ “ฟักทอง” ฟักทอง เป็นหนึ่งในผักที่มีสีเหลืองออกส้ม ที่ช่วยบำรุง และรักษาสายตา มีสารต้านอนุมูลอิสระ ทีช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง ชุ่มชื่น ชะลอรอยเหี่ยวย่น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน ไขมันน้อย น้ำตาลน้อย กากใยอาหารสูง พลังงานต่ำ จึงเป็นอาหารที่เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ป้องกันโรคหลอดเลือด และหัวใจ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างเป็นปกติ จากกากใยอาหารที่มีอยู่สูง ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ป้องกันการเกิดโรคนิ่ว

เคล็ด(ไม่)ลับในการลดน้ำหนัก

เคล็ด(ไม่)ลับในการลดน้ำหนัก การควบคุมอาหาร การคุมอาหารไม่ใช่การอดอาหาร  เราไม่จำเป็นต้องงดมื้อใดมื้อหนึ่ง คนส่วนใหญ่ชอบงดมื้อเย็น นั่นเป็นวิธีที่ผิดอย่างยิ่ง หลักการควบคุมอาหารที่ถูกต้องคือ ควบคุมปริมาณและสารอาหารให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย ร่างกายคนเราแตกต่างกัน  ปัจจัยเรื่องรูปร่างและลักษณะภายนอกเช่นการทำงาน ก็มีผลในการเลือกรับประทาน คนที่ใช้แรงงานเยอะแบบกรรมกร ก็ต้องใช้พลังงานจากสารอาหารมากกว่าคนนั่งทำงานใน สำนักงาน  ดังนั้นเราควรคำนวนจากค่า BMR และ TDEE หรือใช้การคำนวนสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ตามน้ำหนักตัว เรียกง่ายๆว่าใช้เท่าไหร่ ทานเท่านั้น เท่านั้น เพื่อไม่ให้พลังงานส่วนเกินเหลือเก็บสะสมเป็นไขมัน และควรเลือกทานอาหารที่มีสารอาหาร ที่มีประโยชน์ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องอดอาหาร หลักในการเลือกทานวันนี้มี 5 อย่างคือ 1.หลีกเลี่ยงอาหารขาวๆ อาหารขาวๆในที่นี้โดยมากจะเป็นอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล หรืออาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก ซึ่งอาหารกลุ่มนี้เป็นแหล่งพลังงานต้นในการดำรงค์ชีวิตและการทำกิจกรรมต่างๆ จะให้พลังงานสูง และทำให้เกิดกระบวนการสะสมไขมันได้ถ้าหากทานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องใช้ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ทานเลย เนื่องจากคนที่งดอาหารประเภทแป้งไปเลย หากออกกำลังกายหรือใช้แรงเยอะๆก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียกล้ามเนื้อได้เช่นกัน เมื่อกล้ามเนื้อน้อย ก็เผาผลาญน้อย เกิดโยโย่เอฟเฟคได้ง่าย เราควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตกลุ่มเชิงซ้อนเป็นหลัก อย่างข้าวซ้อมมือ มันเทศ ธัญพืช และถั่วต่างๆ และหลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ที่ประกอบด้วย แป้งสีขาวๆ อย่าง ข้าวขาว ขนมปังขาว

การนอนดีอย่างไร ? ใครรู้บ้าง

วงจรการนอนหลับ วงจรการนอนหลับปกติของมนุษย์เราแบ่งได้เป็น 2 ช่วงคือ ช่วงหลับธรรมดา ( NON-RAPID EYE MOVEMENT SLEEP หรือ NON-REM SLEEP ) : เป็นช่วงการหลับที่จะลึกลงไปเรื่อยๆ แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตั้งแต่หลับตื้นไปจนถึงหลับลึก ระยะที่ 1 (เริ่มมีความง่วง) : เป็นช่วงเริ่มหลับที่เปลี่ยน จากการตื่นไปสู่การนอน ในคนปรกติทั่วไปมักใช้เวลาตั้งแต่ 30 วินาที  -7 นาทีเป็นสภาพที่แม้จะได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็จะตื่น ระยะที่ 2 (หลับตื้น) : การหลับในช่วงต้น เป็นสภาพที่ไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอก เป็นระยะแรกที่มีการหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน ระยะที่ 3 (หลับปานกลาง) : ทั้งคลื่นสมองและชีพจรจะเต้นช้าลง ความมีสติรู้ตัวจะหายไป การเคลื่อนไหวของตาจะหยุดลง แม้ได้รับสิ่งเร้าจากภายนอกก็จะไม่ตื่นโดยง่าย ปรกติขั้นนี้จะกินเวลาประมาณ 20 – 30 นาที ระยะที่ 4 (หลับลึก)

10 ผลไม้ แคลอรีต่ำ ตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

สาวๆหลายคนคงมีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างและกังวลเรื่องน้ำหนัก และการลดน้ำหนักของใครหลายคนก็คือ ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร งดแป้ง ไขมัน น้ำตาล ของหวานต่างๆ  กินผักผลไม้  วันนี้เราจะมาแนะนำผลไม้ที่กินเท่าไรก็ไม่อ้วน กินเยอะแต่พลังงานต่ำ แถมสารพัดประโยชน์ไม่ว่าจะช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณและระบบขับถ่าย  มาดูกันค่ะ ผลไม้ที่ว่ามีอะไรบ้าง? 1.แก้วมังกร 100 กรัม ให้พลังงาน 60 แคลอรี แก้วมังกร  เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง  ช่วยลดน้ำหนักและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี  นอกจากนี้ยังช่วยในการขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพ ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้อีกด้วย   2.แตงโม    100 กรัม ให้พลังงาน 25 แคลอรี แตงโม จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนักอย่างมาก ทั้งยังสามารถป้องกันและลดการสะสมของไขมันที่จับอยู่ภายในหลอดเลือดได้ ในแตงโมยังมี ไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมไปถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ นอกจากนี้แตงโมยังช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา และสามารถใช้ล้างพิษจากอาหารที่ทานเข้าไปก่อนหน้าได้ด้วย ทั้งยังช่วยลดอาการเป็นไข้ คอแห้ง และรักษาแผลในปาก 3.ส้ม 100 กรัม  ให้พลังงาน 42 แคลอรี ส้มเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูงช่วยในการขับถ่าย